PetEz's profile<< + + ll P e t E z ll่ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 24

    ตะลอนๆ

          มาอัพแระ มีไม้ขีดก้านหนึ่งมาแซวกุ ว่าอัพสเปสทุก 3 อสงขัย ยอมไม่ได้เว่ย !!
     
    จะปรับปรุงแระ เด๋วนี้จะอัพทุก 1 อสงขัยแทน 55555+
     
          เมื่อวาน ไปตะลอนมา ออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า
     
    ไปเจอ แก้ว ขวัญ ปู เอ ที่เปรม แล้วโจ๊กก้อขับรถมารับ
     
    ไปส่งน้องโจ๊กที่เทพศิรินทร์ แล้วก้อไปแถวๆท่าพระจันทร์ ไปหาข้าวกินกัน
     
    ตอนแรกจะไปร้านก๊วยเตี๋ยวชื่อร้าน"ครับผม" แต่ว่ามันยังไม่เปิด (ไปถึงนู่น 7 โมงกว่ามันจะเปิดมั๊ยเนี่ย - -*)
     
    ก้อเรยเดินไปดูร้าน "น้องนัท" ก้อยังม่ายเปิดอีก ก้อเรย "เดิน" ( - -'') ไปถนนพระอาทิตย์
     
    กะว่าจะไปกินโรตีมะตะบะกัน เดินผ่านมธ. เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา
     
    ไปถึงถนนพระอาทิตย์ ถึงกับตะลึง เพราะว่า ร้านโรตีมะตะบะยังไม่เปิด T_T 
     
    ก้อเรยไปดูก๊วยเตี๋ยวสุโขทัยแถวๆนั้น ก้อยังไม่เปิดอีก อะไรมันจะหาข้าวกินยากเย็นปานนี้
     
    สรุป นั่งตุ๊กๆกลับมากินร้านน้องนัทกัน กินฟรีเว่ยยย โจ๊กเลี้ยง ถิ่นโจ๊กๆ 55555+
          
     
    กินข้าวเส็ด ก้อข้ามไปฝั่งวังหลัง ไปทำบุญที่วัดระฆัง ให้อาหารปลา 
     
    (ปู แก้ว ขวัญ โจ๊กปล่อยปลากันด้วย ปล่อยปุ๊บ โดนปลาใหญ่กินปั๊บ เหอะๆ)
     
    แล้วก้อไปเดินวังหลังกันต่อ ปูกะเอได้เสื้อมาคนละตัว
     
    แก้วกะจะไปดูเสื้อที่มันเล็งไว้ แต่ร้านมันยังไม่เปิด เรยอด
           
     
    จากวังหลัง ก้อไปแว๊บจุฬาแป๊บนึง ขวัญไปเอาใบทะเบียน
     
    ต่อด้วยจุดหมายที่กะจะไปตั้งแต่แรกคือ พารากอน ก้อไปร้องเกะ + โยนโบลลิ่ง2เกม
     
    หนุกหนานกันดี โยนเส็ด ชักหิว เรยข้ามไปฝั่งสยามแสควร์
     
    กะจะไปกินโป๊ะแตกตรอกหลังอุ๊ แต่ร้านมันปิด (วันนี้จะอะไรนักหนากะของกินเนี่ย)
     
    ก้อเรยกินข้าวแถวๆนั้นแหละ พอเส็ดแล้วก้อกลับขึ้นรถพี่พารากอน
     
    แวะไปออฟฟิศโจ๊กแป๊บนึง แล้วโจ๊กก้อมาส่ง กุ ขวัญ ปู เอ ที่เซ็นทรัล
           
     
    ถึงเซ็นทรัลก้อเดินเที่ยวกัน ขวัญพาไปออเรนทอลก่อน ไปซื้อของใช้
     
    แล้วก้อเดินไปบีทูเอส ไปดูสีเพนท์เล็บ (สรุป ได้พู่กันมาอันเดียว 5555+)
     
    แล้วก้อดูกระดาษอัด เอามาทำนาฬิกาของกุ แล้วก้อดูเรื่อยเปื่อยๆ ดูเส็ดก้อจ่ายตัง
     
    ขวัญกะปูไปตรวจร่างกายเพื่อการพนัน 55555+ แล้วขวัญก้อกลับกะพี่เอ๋
     
    กุ ปู เอ เดินเที่ยวต่อ ดูซีนโซน + เสื้อผ้าซักครึ่งชั่วโมง แล้วก้อกลับบ้าน
     
    ถึงบ้าน 2 ทุ่มมั๊ง โคดเมื่อยตัวเรยยยยย แต่ก้อใช้เวลาได้มันส์จิงๆวันนี้
     
    P.s ยาวมะๆ 5555+ แบบว่าว่างจัด + อัพประชดยัยไม้ขีดบังอาจมาแซว 55555555555+
    May 10

    แด่...คนที่ฉันเคยรัก

    แด่...คนที่ฉันเคยรัก


    นานแล้วนะที่เราจากกัน ฉันยังคงต้องเจ็บปวดอยู่เสมอ...
    เมื่อนึกถึงเรื่องราวของเรา
    มีบางคนบอกฉันว่า ให้ฉันเขียนเรื่องของฉัน
    ผ่านกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ ตอนแรกฉันไม่สนใจ เพราะ
    ไม่อยากจะนึกถึงความเจ็บปวดที่ผ่านมา แต่วันนี้
    ฉันจะเขียน

    "เผื่อว่าวันนึงเธออาจจะผ่านมาเจอ และได้อ่านมัน และ
    รู้ถึงความรู้สึกในใจของฉันบ้างสักนิดก็ยังดี"


    ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี แต่ฉันคิดว่าจุดเริ่มต้นมันคงไม่สำคัญ เพราะทุกครั้งมันจะเริ่มต้นด้วยความสุขเสมอ
    เราจึงไขว่คว้าที่จะเริ่มต้น แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นยังไง สำหรับ
    ฉันมันสำคัญที่จุดจบ

    ที่ฉันยังเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากฉันไปหรอกนะ ... แต่เป็นเพราะมันยังคงอยู่ต่างหากล่ะ
    เพราะฉันยังรักเธออยู่ไง

    ถ้าวันนี้เราสองคนต่างหมดรักกันไปด้วยกันทั้งคู่ คงไม่มี
    ใครต้องเสียใจอะไรมากมายนัก แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยัง
    อยู่ในใจฉัน ที่ทำให้ฉันลืมเธอไม่ได้สักที

    จริงแล้วธรรมชาติของความรัก มักจะไม่ทำร้ายใคร เพียงแต่มันอาจทำให้ฉันมีความสุข จนลืมนึกถึงความทุกข์
    มันมีความจริงอยู่ว่า

    ...เมื่อวันใดที่มีรักมา ก็อาจมีวันที่รักจากได้...

    ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม หลายคนหรือแม้แต่ฉันก็ตาม
    จึงอดที่จะหลงใหลไปกับมันไม่ได้

    เมื่อตอนที่มีรักอยู่ ฉันมักหลอกตัวเองว่า
    เพราะเรารักเขามาก เขาคงเห็นความตั้งใจหลายอย่าง
    ของเรา สิ่งดีๆ ที่เราให้เขา เขาคงจะรับ และรักเราตอบ
    บ้างไม่มากก็น้อย
    และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา มันจะทำให้เรายึดมั่น
    ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา
    ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ
    นานเท่าที่ใจเราต้องการ

    "ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดของฉัน เพราะฝืนกฏธรรมชาติ"

    ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อน เข้าใจยาก แต่ในความซับซ้อน
    มันก็แฝงความเรียบง่ายอย่างที่ฉันนึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน ไม่ว่าเรื่องอะไร ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฏเดียวกัน

    "มันจะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรสภาพ แล้วก็จบลง"

    รักที่สมหวังอยู่กันจะแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้
    เพราะวันนึง ไม่ว่าฉันหรือเธอก็ต้องตายจากกันไป
    สิ่งสำคัญ จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า วันนี้เธอจะอยู่หรือจากไป
    สำคัญที่ว่า
    ....ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ฉันมีความทรงจำที่ดีดี
    ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อย ฉันก็ยังมีอะไรดีดี
    ที่ทำเพื่อเธอ ให้นึกถึง และยังยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้
    แม้ว่ามันอาจจะเปื้อนน้ำตาบ้างก็ตาม
    แล้วเธอล่ะ ยังคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า...

    ถึงวันนี้ ฉันจะยังมีน้ำตา ก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะชีวิต
    ก็เป็นแบบนี้
    สุข ก็อยู่กับฉันไม่นาน ทุกข์ ก็อยู่กับฉันไม่นาน
    ทุกข์ สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
    เธอก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
    "เธอทำให้ฉันหัวเราะ เธอทำให้ฉันร้องไห้"
    เธอผ่านเข้ามา แล้วเธอก็จากฉันไป
    "แต่อย่างน้อย เธอก็ทำให้ฉันเข้าใจชีวิตมากขึ้น เติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น" เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า
    ถ้าเราย้อนเวลากลับไปได้ เราจะแก้ไขอะไรในชีวิต
    ...ฉันตอบตัวเองว่า ฉันจะไม่แก้ไขอะไรทั้งนั้น เพระสิ่งที่ผ่านมานั้นทำให้ฉันเป็นฉัน เพราะฉันไม่ใช่ใคร และใครก็คงไม่ต้องมาเป็นแบบฉัน วันที่ฉันเจ็บ ฉันก็จะร้องไห้
    วันที่ฉันสุข ฉันก็จะหัวเราะ และฉันก็เลือกที่จะรักเธอ
    แม้ว่าวันนี้

    เธอจะจากฉันไปก็ตาม

    ฉันจะเก็ยมันไว้ สิ่งที่เลวร้ายจะทิ้งมันไป ทำไมนะเหรอ?
    ก็ชีวิตคือการเรียนรู้นี่นา ห้องเรียนของฉันคือโลกใบนี้
    ยังมีอะไรอีกตั้งเยอะ ที่รอให้ฉันพบเจอ
    ตราบใดที่ฉันยังหายใจ ขอบใจนะสำหรับบทเรียนของเรียนของเธอ ฉันจะจำว่ามีคนอย่างเธออยู่บนโลก
    เธอจะยังอยู่ในใจของฉัน

    ฉันหวังแค่ว่า วันนึงเธอจะผ่านมาเจอกล่องสี่เหลียมเล็ก ๆนี่
    และเธอจะได้อ่านมัน ไม่ว่าวันนี้จะมีเธออยู่หรือไม่มี
    จะมาหรือไป คงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว...
    สำหรับฉัน
    May 09

    ความเหงา...เดินทาง

    บนรถเมล์..

    ฉันเห็นความเหงา

    ฉันเห็นมันมากมายและเห็นอยุ่ทั่วไป

    ความเหงาเอ่อล้นออกมาจากสายตาหลายๆคน...

    "เหงากันจัง" ความคิดฉันกระซิบกับตัวเอง

    ไม่ได้มาทำเป็นรุ้ดี เพียงเพราะฉันก็เหงาอยู่ และเหงาบ่อย

    จนแอบมองความเหงาของคนอื่นได้เหมือนกัน

    รถเมล์วิ่งไปบนเส้นทางประจำของมัน

    ส่วนมาก จะมีเสียงพูดคุย มีเสียงเพลงเบาๆ

    ท่ามกลางคนมากมาย กี่คนกันนะที่ไม่เคยเหงา...แล้วจะมีเหรอ

    บนรถเมล์...ฉันแอบเห็น

    ผู้หญิงคนนึงแอบปาดน้ำตา

    ฉันเห็นคนแก่ที่นั่งมองดูเด็กตัวเล็ก

    ฉันมองเห็นผู้หญิงวัยกลางคนโทรศัพท์เสียงดัง

    มองเห็นผู้ชายที่นั่งอยุ่หลังสุดนั่งมองคนๆอื่นบนรถ

    มองเห็นเด็กวัยรุ่นที่นั่งเหม่อไปทางหน้า

    ฯลฯ

    ลมพัดเข้ามาทางหน้าตา พาความคิดล่องลอยออกไป

    "ความเหงาของทุกคนต่างกำลังเดินทาง..ด้วยความคิดถึง"

    บางคนรอคอยจะกลับไปหาคนสำคัญ

    บางคนรอคอยสักวันจะพบใครสักคน

    บางคนออกตามหาความสุข

    บางคนใช้เวลาทุกวินาทีทำงาน เพื่อความมั่นคง
    แต่ลืมเวลาให้ตัวเอง

    การเดินทางของความเหงาคนทุกคนต่างดูเดียวดาย

    บางทีนะ อยู่ท่ามกลางคนเหงาบางทีก็ไม่เหงาเท่าไหร่

    เพราะเห็นคนรอบข้างเหงามากมาย เราไม่ได้เหงาคนเดียว

    นั้นไม่ได้ทำให้หายเหงาหรอก แต่บางที

    ที่เราเหม่อออกไปมองเด็กตัวเล็กๆในรถคคันอื่น

    แล้งเขาโบกมือมาเราก็ยิ้มโบกมือกลับ แลกรอยยิ้มเขา

    ก็การเดินทางน่ะ มันต้องมีการได้พบปะการสวนทาง การพบเจอ

    แม้เดียวดาย แต่การเดินทางสักวันก็สิ้นสุด

    ไม่รุ้ว่าการเดินทางของทุกคนเป็นเหมือนกันไหม

    ที่เหงา แล้วอยากจะไม่เหงา...

    แต่คงไม่มีใครอยากเหงานักหรอก(มั๊ง)

    บางทีถึงจุดหมายที่รถเมล์จอด...

    ความเหงาเราก็ไม่ได้หยุดเดินทางเลย...